<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Country &#8211; Further Education</title>
	<atom:link href="http://furthereducation.co.th/country/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://furthereducation.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 29 Sep 2018 10:31:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.5.3</generator>
	<item>
		<title>มาเลเซีย</title>
		<link>http://furthereducation.co.th/country/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Mar 2017 05:44:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://furthereducation.co.th/home/?post_type=country&#038;p=1951/</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นานาชาติ</title>
		<link>http://furthereducation.co.th/country/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2016 05:42:58 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://furthereducation.co.th/home/?post_type=country&#038;p=299</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สหรัฐอเมริกา</title>
		<link>http://furthereducation.co.th/country/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2016 05:36:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://furthereducation.co.th/home/?post_type=country&#038;p=297</guid>

					<description><![CDATA[สภาพทางภูมิศาสตร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา (United States of  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><u>สภาพทางภูมิศาสตร์</u></strong></p>
<p>ประเทศสหรัฐอเมริกา (United States of America) หรือมักย่อว่า สหรัฐฯ หรืออเมริกา เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ และ 1 เขตปกครองกลาง คือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีเนื้อที่แผ่นดินใหญ่เป็นพื้นที่ของรัฐติดต่อกันถึง 48 รัฐ โดยมีอีก 2 รัฐ คือรัฐอลาสก้าอยู่ทางตะวันตกตอนเหนือติดประเทศแคนาดา และรัฐฮาวาย เป็นหมู่เกาะอยู่ด้านตะวันออกในมหาสมุทรแปซิฟิคซึ่งห่างจากแผ่นดินใหญ่ถึง 3,200 กิโลเมตรโดยประมาณหรือใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมงถึงแผ่นดินใหญ่ ส่วนกว้างของประเทศ จากฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันตก ไปจนจรดมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันออก มีความกว้างถึง 4,500 กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง ทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก เป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล โดยมีพื้นที่ 9.9 ล้านตารางกิโลเมตร (หรือเทียบประมาณ 18 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย)</p>
<p><a href="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Map_of_USA_with_state_names.svg_.png"><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-528" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Map_of_USA_with_state_names.svg_.png" alt="Map_of_USA_with_state_names.svg" width="2000" height="1237" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Map_of_USA_with_state_names.svg_.png 2000w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Map_of_USA_with_state_names.svg_-300x186.png 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Map_of_USA_with_state_names.svg_-768x475.png 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Map_of_USA_with_state_names.svg_-1024x633.png 1024w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></a></p>
<p><strong><u>ประชากร</u></strong></p>
<p>ชนเผ่าพื้นเมืองอินเดียนแดงในยุคดึกดำบรรพ์อพยพจากยูเรเชีย(อาณาเขตรวมของยุโรปและเอเชียในยุคก่อน) ย้ายถิ่นมาสหรัฐอเมริกาแผ่นดินใหญ่เมื่อ 15,000 ปีก่อน ชาวตะวันตกผิวขาวขยายเขตอาณานิคมจากยุโรปมาแผ่นดินสหรัฐอเมริกาเริ่มในคริสต์ศตวรรษที่ 16 สหรัฐจึงกำเนิดจาก 13 อาณานิคมของบริติชตามชายฝั่งตะวันออก เมื่อเกิดข้อพิพาทอาณานิคมของชาวยุโรปนำไปสู่การปฏิวัติอเมริกา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 ผู้แทนจาก 13 อาณาเขตลงมติรับประกาศอิสรภาพอย่างเป็นเอกฉันท์ (และถึอเอาวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นวันชาติของสหรัฐอเมริกา)</p>
<p>ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 สหรัฐอเมริกาได้ดินแดนเพิ่มเติมจากฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักร เม็กซิโก และรัสเซีย และผนวกดินแดนรวมกับสาธารณรัฐเท็กซัสและสาธารณรัฐฮาวาย ความขัดแย้งระหว่างรัฐกสิกรรมทางตอนใต้และรัฐอุตสาหกรรมทางตอนเหนือ และการขยายจำนวนของทาสได้นำไปสู่สงครามกลางเมืองอเมริกา เมื่อราวคริสต์ทศวรรษ 1860 ชัยชนะของฝ่ายเหนือได้ป้องกันการแบ่งแยกประเทศอย่างถาวร และยุติการค้าทาสตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ในราวคริสต์ทศวรรษ 1870 เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกานับว่าใหญ่ที่สุดในโลก และสงครามสเปน-อเมริกันและสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้เน้นย้ำถึงสถานภาพทางทหารของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นมาจากสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นประเทศแรกซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง และเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หลังจากการสิ้นสุดของสงครามเย็นและการแตกสลายของสหภาพโซเวียต ส่งผลให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นรัฐอภิมหาอำนาจเดี่ยวของโลก มีรายจ่ายทางทหารคิดเป็นกว่าร้อยละ 40 ของรายจ่ายทางทหารทั่วโลก และเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของโลกจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการขนานนามว่า “Melting Pot” หมายถึงแหล่งรวมของประชากรที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมที่หล่อหลอมรวมกัน ชนพื้นเมืองดั้งเดิมคืออินเดียนแดง หลังจากนั้นชาวอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดินทางอพยพเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาส ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากรขาวผิวขาวประมาณกว่า 75% นอกจากนี้ยังมีชาวผิวดำที่ถูกนำมาจากทวีปอาฟริกาในฐานะทาส แต่เดิมคนดำจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ปัจจุบันอาศัยกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ เช่น Washington DC, Chicago โดยเฉพาะ New York ส่วนชาวฮิสปานิก (Hispanic) หรือพวกเชื้อสายสเปนซึ่งมีอยู่ประมาณ 13% ยังมีชาวเอเชียหรือพวกเชื้อสายแถบหมู่เกาะแปซิฟิคประมาณ 4% รวมทั้งชนเชื้อสายญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 3 อาศัยอยู่ใน Hawaii ส่วนรัฐที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดคือ California และรองลงมาคือ New York</p>
<p><strong><u>สภาพภูมิอากาศ</u></strong></p>
<p>ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศทุกรูปแบบ ลักษณะอากาศของแต่ละเขตจะแตกต่างกันไป เช่น ในฤดูร้อน อากาศด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณทะเลทราย อุณหภูมิเกือบเท่าแถบเส้นศูนย์สูตร ส่วนฤดูหนาวในเขตทางตอนเหนือก็จะหนาวจัดจนหิมะตกหลายเดือน แถบที่อากาศอบอุ่นสบายไม่ค่อยมีหิมะคือที่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริด้า และแอริโซน่า ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนสีสันสวยงามมาก</p>
<p>อากาศหนาว เว้นแต่ในมลรัฐฮาวาย และมลรัฐฟลอริดา หนาวเย็นมากที่บริเวณขั้วโลกเหนือในมลรัฐอะแลสกา บริเวณที่ ราบด้านตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี (Mississippi) จะค่อนข้างแห้งแล้งและมีความแห้งแล้งมากบริเวณที่ลุ่มภาค ตะวันตกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิต่ำในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะมีอากาศดีขึ้นเป็นครั้งคราวในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ โดยจะได้รับความอบอุ่นจากลมของเนินเขาด้านตะวันออกของเทือกเขาร๊อกกี้</p>
<p>ฤดูกาลมีทั้งหมด 4 ฤดู คือ</p>
<ul>
<li>ฤดูร้อน (Summer) มิถุนายน – สิงหาคม</li>
<li>ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) กันยายน – พฤศจิกายน</li>
<li>ฤดูหนาว (Winter) ธันวาคม – กุมภาพันธ์</li>
<li>ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) มีนาคม – พฤษภาคม</li>
</ul>
<p><a href="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/USA-Time-Zone.jpg"><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-530" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/USA-Time-Zone.jpg" alt="USA Time Zone" width="599" height="459" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/USA-Time-Zone.jpg 599w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/USA-Time-Zone-300x230.jpg 300w" sizes="(max-width: 599px) 100vw, 599px" /></a></p>
<p>มีการจัดแบ่งเวลาออกเป็น 4 โซน ดังนี้</p>
<table class="table">
<tbody>
<tr>
<td width="154">เขตเวลา (Time Zone)</td>
<td width="128">เทียบเวลากับประเทศไทย</td>
<td width="248">เมืองที่อยู่ในเขตนี้</td>
</tr>
<tr>
<td width="154">Eastern Time Zone (ET)</td>
<td width="128">ช้ากว่า 12 ชั่วโมง</td>
<td width="248">Boston, New York, Washington DC, Miami, Cleveland</td>
</tr>
<tr>
<td width="154">Central Time Zone (CT)</td>
<td width="128">ช้ากว่า 13 ชั่วโมง</td>
<td width="248">Chicago, New Orleans</td>
</tr>
<tr>
<td width="154">Mountain Time Zone (MT)</td>
<td width="128">ช้ากว่า 14 ชั่วโมง</td>
<td width="248">Denver, Phoenix</td>
</tr>
<tr>
<td width="154">Pacific Time Zone (PT)</td>
<td width="128">ช้ากว่า 15 ชั่วโมง</td>
<td width="248">Los Angeles, San Francisco, Seattle</td>
</tr>
<tr>
<td width="154">Alaska Time Zone (AT)</td>
<td width="128">ช้ากว่า 16 ชั่วโมง</td>
<td width="248">Anchorage, Fairbanks</td>
</tr>
<tr>
<td width="154">Hawaii Time Zone (HT)</td>
<td width="128">ช้ากว่า 18 ชั่วโมง</td>
<td width="248">Honolulu</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="3" width="530">Daylight Saving Time*</p>
<p>การปรับเวลา Daylight Saving Time คือการปรับนาฬิกาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงเมื่อเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศแถบอากาศหนาวจะได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่และยาวขึ้นกว่าปกติ สหรัฐฯ มักเริ่มตั้งแต่ 2 นาฬิกาของวันอาทิตย์แรกของเดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน จนกระทั่งถึง 2 นาฬิกาของวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมหรือเดือนพฤศจิกายน ช่วงปรับเวลาออมแสงนี้จะกินเวลาประมาณครึ่งปี และจะปรับกลับเข้าเวลาเดิมปลายฤดูใบไม้ร่วง โดยทราบจากประกาศแจ้งจากรัฐบาล</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong><u>การปกครอง</u></strong></p>
<p>ลักษณะภูมิประเทศที่กว้างขวางมากของสหรัฐฯ ทำให้ภูมิอากาศแตกต่างกันอย่างมากด้วย ดังนั้นรัฐต่างๆ จึงถูก แบ่งเป็น 7 เขตดังนี้ (นอกจากรัฐอลาสกาและรัฐฮาวาย ที่ไม่ได้อยู่บนแผ่นดินใหญ่)</p>
<ul>
<li>Northwest States &gt; Washington, Oregon, Idaho</li>
<li>Southwest States &gt; California, Nevada, Utah, Arizona</li>
<li>North Central States &gt; Montana, Wyoming, Colorado, North Dakota, South Dakota, Nebraska, Kansas, Minnesota, Iowa, Missouri</li>
<li>South Central States &gt; New Mexico, Oklahoma, Arkansas, Texas, Louisiana</li>
<li>Midwest States &gt; Wisconsin, Illinois, Michigan, Indiana, Ohio, Kentucky</li>
<li>Northeast States &gt; New Hampshire, Vermont, New York, Pennsylvania, West Virginia, Virginia, Maine, Massachusetts, Rhode <span style="line-height: 1.5;">Island, Connecticut, New Jersey, Delaware, Maryland</span></li>
<li>Southeast States  &gt; Tennessee, North Carolina, South Carolina, Mississippi, Alabama, Georgia, Florida</li>
</ul>
<p>ระบบการเมืองของสหรัฐอเมริกาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุขสูงสุด ไม่มีนายกรัฐมนตรี มีสภา 2 สภาคือ วุฒิสภา (Senate) และสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งได้สมัยละ 4 ปี และเป็นได้ไม่เกิน 2 สมัย พรรคการเมืองสำคัญมี 2 พรรค คือ พรรครีพับลิกัน (Republican) และ พรรคเดโมแครต (Democrat) ระบบการปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นแบบสหพันธรัฐ กล่าวคือรัฐต่างๆ 50 รัฐมีสิทธิในการปกครองตนเองสูงมาก สมาชิกรัฐสภาและผู้ว่าการทุกรัฐจะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน มี Washington DC ตั้งอยู่ในเขต District of Columbia เป็นเมืองหลวง และเป็นศูนย์กลางของการปกครอง ภายในรัฐแต่ละรัฐจะแบ่งการปกครองเป็นเขตเมือง เทศบาลเมือง และการปกครองระดับท้องถิ่น</p>
<p><strong><u>ศาสนา</u></strong></p>
<p>ด้วยความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันของประชากร และด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้อพยพ ชาวอเมริกันทุกคนจึงมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาใดก็ได้ตามความเชื่อมั่นของแต่ละบุคคลหรือไม่นับถือศาสนาใดเลยก็ได้ ทุกรัฐมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาเท่าเทียมกัน ศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ มีประชากรนับถือมากที่สุด</p>
<p><strong><u>เศรษฐกิจ</u></strong></p>
<p>เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะมีฐานะใกล้เคียงกัน มีเป็นจำนวนน้อยที่จะร่ำรวยมหาศาลหรือยากจนมาก สหรัฐเป็นประเทศที่มีความเจริญและเป็นผู้นำในธุรกิจหลายประเภท และทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องบิน คอมพิวเตอร์ รวมถึงการท่องเที่ยวและบันเทิง ความมั่งคั่งส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรม อุตสาหกรรม และธุรกิจเอกชน</p>
<p><a href="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Seattle.jpg"><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-532" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Seattle.jpg" alt="Seattle" width="622" height="415" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Seattle.jpg 622w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Seattle-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 622px) 100vw, 622px" /></a></p>
<p><strong><u>สังคมและวัฒนธรรม</u></strong></p>
<p>ชาวอเมริกันเป็นผู้อพยพมาจากหลากหลายวัฒนธรรม กลุ่มคนต่างๆ เหล่านี้บางกลุ่มยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของตนไว้ เช่น กลุ่มชาวจีนมาเก่ากลุ่มอยู่ด้วยกันในไชน่าทาวน์ ชาวอิตาเลียนจะรวมตัวกันอยู่ในลิตเติลอิตาลี เป็นต้น</p>
<p>ชาวอเมริกันเป็นคนที่ไวต่อการเรียนรู้ และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ เต็มใจที่จะค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งแปลกใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จัก มองโลกกว้างและมองสิ่งต่างๆ ในแง่ดี ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะหนึ่งของคนอเมริกัน และโดยทั่วไปจะยอมรับคนที่มีความคิดแตกต่างกัน ความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันของประชากรทั้งปวงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอเมริกันส่วนหนึ่งมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศ</p>
<p>ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาพูดตามสำเนียงท้องถิ่นยังมีอิทธิพลค่อนข้างมาก ตลอดจนทัศนคติและความเห็น ความสำคัญที่ให้แก่ชาวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ในภาคตะวันออกฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก หนังสือพิมพ์จะเน้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในยุโรป แอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันตก ทางภาคใต้รอบๆ อ่าวเม็กซิโกจะให้ความสนใจแถบละตินอเมริกา และภาคตะวันตกแถบมหาสมุทรแปซิฟิกจะเน้นความสนใจในเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย</p>
<p><strong><u>ไฟฟ้าและน้ำประปา</u></strong></p>
<p>ระบบไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบ 115 v. 600 cycles ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย ดังนั้น ถ้านักเรียนต้องการนำเครื่องไฟฟ้าจากประเทศไทยติดตัวไปใช้ จะต้องใช้เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าด้วย ส่วนน้ำประปาสามารถดื่มได้จากก็อกน้ำเย็น (ในเขตเมืองใหญ่ ตรวจสอบข้อแนะนำอีกครั้งในเมืองที่อยู่)</p>
<p><strong><u>ระบบการศึกษา</u></strong></p>
<p>การศึกษาในสหรัฐอเมริกา แต่ละรัฐจะควบคุบ คุณภาพการเรียนการสอน และวางแผนการศึกษาของตนเอง โดยไม่ขึ้นกับรัฐบาลกลาง ทุกรัฐจะมีหน่วยงานการศึกษา คล้ายกระทรวงศึกษาธิการ คอยกำหนดมาตรฐานต่างๆ แนะนำเงินงบประมาณอุดหนุนให้โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยจากเงินภาษีที่เก็บได้จากประชาชนในแต่ละรัฐ สำหรับการศึกษาภาคบังคับ นักเรียนอเมริกันทุกคนจะเรียนฟรีไม่ว่าจะอยู่ที่รัฐใด จนจบชั้นมัธยมศึกษา หรือ Grade 12 สำหรับนักเรียนจากประเทศไทยที่ต้องการเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษาที่อเมริกา ส่วนใหญ่จะสมัครเข้าเรียนได้ในโรงเรียนเอกชน การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยจะมีข้อแตกต่าง กล่าวคือ ถ้านักเรียนที่มีถิ่นฐานในรัฐหนึ่ง จะข้ามมาศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยอีกรัฐหนึ่ง จะต้องเสียค่าเล่าเรียนแพงขึ้นที่เรียกว่า Out of States Tuition และถ้านักศึกษามาจากประเทศอื่นจะต้องเสียค่าเล่าเรียนมากกว่าขึ้นไปอีก</p>
<p><strong><u>ระดับอนุบาล</u></strong></p>
<p>ชีวิตการเรียนของเด็กอเมริกัน เริ่มต้นด้วยโรงเรียนเตรียมอนุบาลหรือโรงเรียนอนุบาล ตั้งแต่อายุประมาณ 3 ปี</p>
<p><strong><u>ระดับประถมศึกษา</u></strong> <strong><u>(</u></strong><strong><u>Elementary School</u></strong><strong><u>)</u></strong></p>
<p>เด็กอเมริกันจะเข้าเริ่มเรียนอย่างจริงจังเมื่ออายุ 6 ขวบบริบูรณ์ คือเข้าเรียนในชั้น Grade 1 ซึ่งบ้านเราก็นับว่าเป็นประถมศึกษาปีที่ 1 ระบบการศึกษาของประเทศอเมริกา จะจัดแบ่งออกเป็น Grade 1 ถึง Grade 12 ซึ่งโดยหลักการแล้ว    จะจัดแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 คือ Grade 1 ถึง Grade 6 หรือระดับประถมศึกษา (Elementary School)</p>
<p><strong><u>ระดับมัธยมศึกษา (</u></strong><strong><u>Junior High Schools/High Schools</u></strong><strong><u>)</u></strong></p>
<p>ช่วงที่ 2 คือ Grade 7 และ Grade 8 หรือระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (Junior High Schools) และช่วงที่ 3 คือ Grade 9 ถึง Grade 12 เป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  (Senior High Schools) โดยทั่วไปสำหรับเด็กที่เริ่มเข้าเรียนตามปกติและเรียนต่อเนื่องไปโดยไม่ขาดตอน จะสำเร็จการศึกษา Grade 12 เมื่ออายุประมาณ 18 ปี ซึ่งนับว่าสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษาต่างชาติที่เข้าไปเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาในประเทศอเมริกามีจำนวนไม่มากนัก และส่วนใหญ่จะเข้าเรียนกับโรงเรียนประจำของเอกชน หรือ Boarding School เนื่องจากโรงเรียนรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่สามารถจัดหาหอพักให้ได้</p>
<p><strong><u>ระดับอุดมศึกษา (</u></strong><strong><u>Higher Education</u></strong><strong><u>)</u></strong></p>
<p>สถาบันระดับอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกามีมากมายกว่า 3,000 แห่ง ทั้งของรัฐและเอกชน โดยสถาบันในระดับอุดมศึกษา จะแยกออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้</p>
<ol>
<li>วิทยาลัยแบบ 2 ปี หรือวิทยาลัยชุมชน (Junior Colleges และ Community Colleges)</li>
</ol>
<p>นักศึกษาที่เรียนในวิทยาลัย Junior และ Community Colleges สามารถเลือกเรียนได้ใน 2 หลักสูตร คือ</p>
<ul>
<li>Transfer Track เป็นหลักสูตรที่เป็นวิชาพื้นฐาน 2 ปีแรกของการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยนักศึกษาจะลงเรียนวิชาบังคับ (General Education Requirements) เป็นเวลา 2 ปี จากนั้นนักศึกษาสามาถโอนหน่วยกิต ไปมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนเพื่อศึกษาต่อในระดับปี 3 โดยที่เกรดเฉลี่ยที่นักศึกษาทำได้ในระหว่าง 2 ปีนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่านักศึกษาจะได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยที่อยู่ในอันดับยากง่ายเพียงใด</li>
<li>Vocational Track เป็นหลักสูตรอนุปริญญาสายวิชาชีพหลังจาก 2 ปีแล้ว นักศึกษาจะได้รับวุฒิอนุปริญญา (Associate Degree) ทางสาขาวิชาเลือก เช่น คอมพิวเตอร์ เลขานุการ เขียนแบบ</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>วิทยาลัย (Colleges) เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาหลักสูตร 4 ปี เปิดสอนในสาขาวิชาต่างๆ วิทยาลัยหลายแห่งเปิดสอนถึงระดับปริญญาโท</li>
<li>มหาวิทยาลัย (University) เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีขึ้นไป มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะเปิดสอนจนถึงระดับปริญญาโทและเอกในสาขาต่างๆ</li>
<li>สถาบันเทคโนโลยี (Institute of Technology) เป็นสถาบันที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี และอาจเปิดสอนจนถึงระดับปริญญาโทและเอก สถาบันเทคโนโลยีส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นที่การสอนในสาขาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี</li>
</ol>
<p><strong><u>ปีการศึกษา</u></strong></p>
<p>ปีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา (Academic Year) จะเริ่มประมาณเดือนกันยายนถึงพฤษภาคม โดยมีระบบภาคการเรียนที่แตกต่างกันออกไป</p>
<ul>
<li>ระบบ Semester ซึ่งเป็นระบบที่นิยมใช้มากที่สุด ในหนึ่งปีแบ่งเป็น 2 ภาคการศึกษา แต่ละภาคใช้เวลาเรียนประมาณ 16 สัปดาห์</li>
<li>ระบบ Quarter ซึ่งในหนึ่งปีแบ่งออกเป็น 4 Quarter แต่ละ Quarter ใช้เวลาเรียนประมาณ 10 สัปดาห์</li>
<li>ระบบ Trimester ซึ่งใน 1 ปี แบ่งเป็น 3 ภาคการศึกษา และระบบ 4-1-4 เป็นระบบใหม่ที่ใช้ในสถานศึกษาบางแห่งในสหรัฐอเมริกา โดยจัดแบ่งปีการศึกษาออกเป็น 2 ภาคใหญ่คั่นด้วยภาคการเรียนสั้นๆ ที่เรียกว่า Interim เพื่อให้นักศึกษาไปทำการค้นคว้าด้วยตนเองหรือออก Field Trip</li>
</ul>
<p><strong>การสมัครเข้าศึกษา</strong></p>
<p>นักศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อสหรัฐอเมริกา ควรเตรียมตัวล่วงหน้าประมาณ 1 ปี เนื่องจากการติดต่อสถานศึกษา การสอบต่างๆ การส่งเอกสาร และการพิจารณาใบสมัครต้องใช้เวลามาก การติดต่อสถานศึกษานั้น ผู้สมัครสามารถดำเนินการได้เอง โดยขอใบสมัครไปที่ Office of Admission ของมหาวิทยาลัย พร้อมระบุว่าต้องการสมัคร สาขาใด ถ้าเป็นการสมัครระดับปริญญาโทหรือเอก ต้องเขียนขอใบสมัคร ไปที่ Graduate School Admissions Office หรือ Chairman ของคณะ</p>
<p>หากต้องการคำแนะนำหรือการช่วยเหลือด้านข้อมูลของสถาบันการศึกษา คอร์สที่ต้องการเรียน ฯลฯ</p>
<p>โปรดติดต่อ บริษัท เฟอร์เธอร์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด  ทีมงานพร้อมและยินดีให้คำปรึกษาฟรี</p>
<p><strong>เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครเรียน</strong></p>
<p><strong>แบบฟอร์มใบสมัครที่กรอกเรียบร้อย</strong></p>
<ol>
<li>ค่าธรรมเนียมการสมัคร (Application Fee) ตามการเรียกเก็บของสถานศึกษาหรือสถาบันจะกำหนด ซึ่งค่าสมัครนี้จะไม่มีการคืน ไม่ว่าจะได้รับการรับเข้าศึกษาหรือถูกปฏิเสธก็ตาม</li>
<li>ใบแสดงผลการเรียน (Transcript)</li>
<li>สถานศึกษามักต้องการผลสอบ TOEFL, GRE หรือ GMAT สำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทหรือเอก โดยปกติ ผลสอบเหล่านี้ ต้องขอให้ศูนย์สอบ เช่น Education Testing Service (ETS) ส่งผลไปยังสถานศึกษาโดยตรง</li>
<li>จดหมายรับรองฐานะทางการเงิน (Financial Statement) ของผู้ปกครองจากสถาบันการเงินที่ผู้ปกครองเป็นลูกค้าอยู่ ในกรณีที่เป็นนักเรียนทุน ควรมีจดหมายรับรองการรับทุนแนบไปด้วย</li>
<li>จดหมายรับรอง (Letter of Recommendation) 2-3 ฉบับ จากอาจารย์ผู้สอนหรือผู้บังคับบัญชา</li>
<li>บทเรียงความประวัติส่วนตัวและจุดประสงค์ในการศึกษาต่อหรืออาจจะเป็นหัวข้ออื่นๆ แล้วแต่สถานศึกษาจะกำหนด ประมาณ 300-500 คำ</li>
</ol>
<p>เอกสารเหล่านี้ ต้องส่งทางไปรษณีย์ให้ถึงสถานศึกษาก่อนวันปิดรับสมัคร สถานศึกษาจะพิจารณาจากหลักฐานที่ส่งไป หากพอใจก็จะส่งจดหมายตอบรับเข้าเรียน หลายแห่งจะให้นักศึกษาตอบยืนยันการตัดสินใจอีกครั้งว่าจะไปเรียน ณ สถานศึกษาที่ตอบรับมานี้แน่นอนแล้ว จึงจะส่งใบตอบรับอย่างเป็นทางการที่เรียกว่า I-20 Form มาให้ เพื่อให้นักศึกษานำไปใช้ เป็นหลักฐานประกอบการขอวีซ่านักเรียน สถานศึกษาหลายแห่งอาจแนบรายละเอียดการลงทะเบียนเรียนมาด้วย</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวิสเซอร์แลนด์</title>
		<link>http://furthereducation.co.th/country/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2016 04:28:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สวิสเซอร์แลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://furthereducation.co.th/home/?post_type=country&#038;p=204</guid>

					<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไปของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ชื่อภาษาไทย : สมาพั [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class=" wp-image-206 alignright" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/6.png" alt="6" width="194" height="116" /></p>
<p><strong>ข้อมูลทั่วไปของประเทศสวิสเซอร์แลนด์</strong></p>
<ul>
<li>ชื่อภาษาไทย : สมาพันธรัฐสวิส</li>
<li>ชื่อภาษาอังกฤษ: Swiss Confederation</li>
<li>เมืองหลวง: เบิร์น (Bern)</li>
<li>ภาษาราชการ: ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอิตาลี</li>
<li>การปกครอง: ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ</li>
<li>สกุลเงิน: ฟรังก์สวิส (Swiss Franc, CHF)</li>
<li>พื้นที่: 15,940 ตารางไมล์ (41,285 ตารางกิโลเมตร)</li>
<li>จำนวนประชากร: 8,014,000 คน</li>
<li>Time Zone : UTC+1 (ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-205 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/5.gif" alt="5" width="513" height="497" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: justify;">สวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป” (The Roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม สำหรับเลี้ยงสัตว์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีพื้นที่ประมาณ 41,287 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 12 เท่าตัว จัดว่ามีภูเขามากที่สุดในยุโรป และเป็นประเทศที่มีทะเลสาบอยู่มากมาย ซึ่งเกิดจากแอ่งที่ลุ่มระหว่างหุบเขานั่นเอง ลักษณะของภูมิประเทศจึงไม่ค่อยมีพื้นที่ราบ สวิสเซอร์แลนด์มีอาณาเขตติดกับประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรีย อิตาลี ทำให้ภาษาที่ใช้กันมีทั้ง 4 ภาษา</p>
<p style="text-align: justify;">คนสวิสฯส่วนใหญ่มีนิสัยรักสงบ รักความเป็นธรรม เคารพสิทธิของผู้อื่น อ่อนน้อม ถ่อมตัว ขยันขันแข็ง มัธยัสถ์ และมีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆเมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์คือกรุงเบอร์น มีเมืองใหญ่ๆที่สำคัญอีก 5 เมืองคือ ซูริค บาร์เซิล เจนีวา โลซาน และเมืองที่น่าสนใจอีกเมืองคือลูเซิร์น เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ โดยตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss river)</p>
<p><img loading="lazy" class=" wp-image-608" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Luzern-Panorama-1-300x109.jpg" alt="KKL02.tif" width="448" height="163" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Luzern-Panorama-1-300x109.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Luzern-Panorama-1.jpg 600w" sizes="(max-width: 448px) 100vw, 448px" /></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>สถานที่</strong> ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาและเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจแห่งหนึ่งก็คือ ทะเลสาบลูเซิร์น ซึ่งเป็นทะเลสาบสวยงามตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มองไปทางไหนก็จะเห็นภูเขาโอบล้อม ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง เช่นกุหลาบและทิวลิป เป็นต้น อากาศริมทะเลสาบเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง สถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชมกันคือ สะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่ากี่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ ที่จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด ภาพที่เห็น ถ่ายมาเมื่อหลายปีที่แล้วก่อนสะพานจะถูกไฟไหม้ จึงเป็นภาพสะพานเก่าตัวจริง นอกจากนี้บนสะพานวิหารยังมีร้านที่ระลึกขายของ มีสีสันสวยงามปลูกสร้างเป็นห้องๆ ลดหลั่นกันไปตามความลาดสะพาน และบริเวณใกล้ๆ กันนั้น ก็ยังมีหงส์จำนวนมากอาศัยอยู่สร้างชีวิตชีวาให้กับเมืองได้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ภาษาที่ใช้</strong><br />
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีภาษาราชการ 4ภาษาด้วยกัน ได้แก่ ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาเลียน และภาษาโรมานซ์ (ภาษาละตินโบราณ) แต่จะใช้ภาษาเยอรมันกับฝรั่งเศสเป็นหลัก ส่วนภาษาอังกฤษนั้น ชาวสวิสจะใช้พูดกันทั่วไปในตัวเมือง และตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ท่านอาจเจอคนไทย ที่อยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างมาก หรืออาจพบชาวสวิสที่สามารถพูดภาษาไทยได้บ้าง</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ความแตกต่างเรื่องเวลา </strong><br />
เวลาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะช้ากว่าเวลาที่ประเทศไทย 5ชั่วโมง ดังนั้น ท่านจะต้องปรับเวลาเมื่อเดินทางถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย(หลังจากเดือนตุลาคม-เดือนมีนาคมจะช้ากว่าประมาณ 6 ชั่วโมง)</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>สภาพภูมิอากาศ</strong><br />
ในสวิตเซอร์แลนด์ภูมิอากาศจะแตกต่างกันตามแต่ภูมิประเทศ บางแห่งอุณหภูมิในฤดูร้อนและฤดูหนาวจะแตกต่างกันมาก เช่น เมืองซูริค อุณหภูมิอาจสูงถึง 30 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวอาจต่ำถึง -25 องศาเซลเซียส<br />
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มี 4 ฤดู ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" class=" wp-image-613" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Flower-300x200.jpg" alt="Moorlandschaft in der UNESCO Biosphไre Entlebuch mit der Schrattenfluh Moor landscape in the UNESCO Biosphere Entlebuch with Schrattenfluh" width="374" height="249" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Flower-300x200.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Flower-768x511.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Flower-1024x681.jpg 1024w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Flower.jpg 1200w" sizes="(max-width: 374px) 100vw, 374px" /></p>
<p><strong>          ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ประมาณปลายมีนาคม – กลางพฤษภาคม</strong> อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง  6-13 องศาเซลเซียส ในช่วงนี้พระอาทิตย์จะเริ่มขึ้นเร็วกว่าตอนหน้าหนาวและตกช้าลง</p>
<p><strong>           ฤดูร้อน (Summer) ประมาณปลายพฤษภาคม – กลางกันยายน</strong> อากาศค่อนข้างร้อนและไม่ค่อยมีฝนตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกรกฏาคมและสิงหาคมจะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุด ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อุณหภูมิในช่วงเวลากลางจะอยู่ระหว่าง 20-28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิในตอนกลางคืนจะลดลง เหลือประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ก็แล้วแต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี ในช่วงฤดูร้อนนี้จะมีกลางวันที่ยาวนานมากประมาณ 13 ชั่วโมง โดยเฉพาะในเดือนกรกฏาคม แต่เมื่อเริ่มเข้าเดือนสิงหาคมพระอาทิตย์ก็จะเริ่มขึ้นช้าลง แล้วก็ตกเร็วขึ้น</p>
<p><strong>           ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) ประมาณปลายกันยายน – กลางพฤศจิกายน</strong>เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกมากที่สุด ในบางปีก็มีฝนตกติดต่อกันเป็นอาทิตย์ บางปีก็ตกวันเว้นวัน อุณหภูมิในช่วงนี้จะเริ่มละต่ำลงไปที่  7-13 องศาเซลเซียสเท่าๆ กับตอนฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเวลากลางวันก็จะลดลง</p>
<p><strong>           ฤดูหนาว (Winter) ประมาณปลายพฤศจิกายน – กลางมีนาคม</strong> อากาศจะเริ่มเย็นลง จวบจนกระทั่งเข้าช่วงกลางเดือนธันวาคมจนถึงปลายมกราคมอากาศจะหนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงนี้ประมาณ -3 ถึง 6 องศาเซลเซียส แต่ในเขตเทือกเขาสูง เช่น บริเวณ Jungfraujoch หรือ Zermatt ก็อาจจะมีอุณหภูมิถึงขนาด -10 เลยก็เป็นได้ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีหิมะตกหนักในบางเขตด้วย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ค่าเงิน และการธนาคาร</strong><br />
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ใช้สกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) เทียบเป็นเงินไทยได้ประมาณ 35 -37 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราค่าเงินขณะที่ท่านแลก ธนบัตรสวิสมีมูลค่า 10, 20, 50, 100, 200, 1,000 ฟรังก์ เงินเหรียญมีมูลค่าตั้งแต่ 5, 10, 20, 50 เซนต์ (Centimes) และ 1, 2, 5 ฟรังก์ การแลกเปลี่ยนเงินตราในประเทศนี้ สามารถแลกได้ตามธนาคารทุกแห่ง ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟใหญ่ๆ รวมถึงโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ทั่วไป แต่ท่านจะได้อัตราที่ดีที่สุดเมื่อแลกเปลี่ยนเงินที่ธนาคารค่ะ ส่วนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตภายในประเทศนี้ ควรเป็นบัตรที่ได้รับการยอมรับ เช่น อเมริกันเอ็กซ์เพรส วีซ่า และมาสเตอร์การ์ด</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone wp-image-610" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Bank-Note-300x85.jpg" alt="Swiss Bank Note" width="462" height="131" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Bank-Note-300x85.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Bank-Note-768x218.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Swiss-Bank-Note.jpg 800w" sizes="(max-width: 462px) 100vw, 462px" /></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>อาหารท้องถิ่น </strong><br />
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่รวบรวมเอาวัฒนธรรม ของประเทศเพื่อนบ้านไว้หลากหลาย ทำให้อาหารการกินของที่นี่ ได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก เช่น ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี อาหารสวิตเซอร์แลนด์ที่ท่านจะพลาดไม่ได้ ก็คือ Cheese Fondue, Sausages and Roesti (มันฝรั่งซอยละเอียดทอด มีไส้กรอกเป็นเครื่องเคียง), เนยแข็งนานาชนิด และ ของหวาน เช่น ช็อกโกแลต, เพสตี้ และเค้ก เป็นต้น ท่านสามารถไปลิ้มลองขนมหวาน รสชาติกลมกล่อมได้ตามภัตตาคาร ร้านอาหารที่มีอยู่มากมายใน สวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>แหล่งช็อปปิ้ง<br />
</strong>สถานที่ช้อปปิ้งในเมือง Interlaken โด่งดังมากด้านงานฝีมือทุกชนิด ตั้งแต่ผ้าปัก ไม้แกะสลักไปจนถึงของที่ระลึกจำนวนมาก แต่ถ้าอยากไปซื้อนาฬิกาเลื่องชื่อของที่นี่ท่านจะต้องไปที่เมือง Luzern ชื่อนี้เป็นที่คุ้นหูคนไทยมากที่สุด เพราะเป็นเมืองที่นาฬิกาโรเล็กซ์ขายดีที่สุด รองลงมาคือมีดพก (Swiss Army Knives)</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ระบบไฟฟ้า</strong><br />
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ใช้ระบบไฟฟ้า 230 โวลต์ 50 เฮิร์ตซ และใช้หัวปลั๊กแบบสามขา ฉะนั้น อย่าลืมนำหัวปลั๊กต่อเชื่อม หรือ Adapter ไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;"><strong> น้ำประปา</strong><br />
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศไร้มลภาวะ อากาศสะอาด แทบจะเรียกได้ว่าไร้สิ่งเจือปน น้ำประปาจึงดื่มได้ คุณภาพและความสะอาดเทียบได้กับน้ำแร่ที่บรรจุในขวด</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ข้อแนะนำพิเศษ</strong><br />
ยารักษาโรคประจำตัว ยาดม ยาแก้ปวดเมื่อย ยาแก้ปวดหัว ควรเตรียมไปเอง เพราะการซื้อยาที่สวิสเซอร์แลนด์ค่อนข้างยุ่งยาก ไม่สามารถไปซื้อตามร้านขายยาแล้วได้รับเลยอย่างที่บ้านเรา ต้องพบแพทย์และจะต้องได้รับใบสั่งยา แล้วค่อยนำใบสั่งไปยื่นที่ร้านขายยา</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษ</title>
		<link>http://furthereducation.co.th/country/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2016 04:28:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://furthereducation.co.th/home/?post_type=country&#038;p=210</guid>

					<description><![CDATA[สหราชอาณาจักร เฟอร์เธอร์ เอ็ดดูเคชั่น มุ่งมั่นพัฒนาศักย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สหราชอาณาจักร</strong></p>
<p>เฟอร์เธอร์ เอ็ดดูเคชั่น มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพในการดูแลคนไทย รวมทั้งกลุ่มนักเรียนทุนในสังกัดรัฐบาล ที่เลือกสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา เพื่อการศึกษาต่อจนได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายสถาบันที่มีชื่อเสียงและถึงแม้ว่านักศึกษาจะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่ เฟอร์เธอร์ เอ็ดดูเคชั่น มิได้เป็นตัวแทน หากแต่ทีมงานของเราก็ยังยินดีให้คำแนะนำ ประสานงาน ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในการสมัครเรียน เตรียมตัวก่อนการเดินทางและขอวีซ่า ด้วยความเต็มใจ อันนำมาซึ่งความสำเร็จตามความมุ่งหวังด้วยดีเสมอมา</p>
<p>เฟอร์เธอร์ เอ็ดดูเคชั่น ยังให้บริการและดูแลนักศึกษาไทยผู้ประสงค์จะพัฒนาภาษาอังกฤษ เรียนในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย และปริญญาตรีในหลากหลายสาขา ที่เปิดสอนในวิทยาลัยท้องถิ่น เช่น Pierce College, Green River Community College, Everett, Seattle Central Community College ซึ่งวิทยาลัยท้องถิ่นเหล่านี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สภาพแวดล้อมปลอดภัย บรรยากาศการเรียนร่วมกับนักศึกษาอเมริกันและอาจารย์ผู้สอนอบอุ่นเป็นกันเอง รวมทั้งค่าเล่าเรียนยังถูกกว่าของมหาวิทยาลัยกว่าครึ่ง</p>
<p>สำหรับผู้มีประสงค์จะเตรียมความพร้อมหรือปรับพื้นฐานภาษาและความรู้เชิงวิชาการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและประกันความสำเร็จเมื่อเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาตรี โท หรือเอก ณ มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา เฟอร์เธอร์ เอ็ดดูเคชั่น เสนอทางเลือกจากกลุ่มสถาบันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นต่อไป</p>
<p>สหราชอาณาจักร (United Kingdom)  ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปยุโรป พื้นที่ของประเทศประกอบด้วยพื้นที่บน 2 เกาะ คือ (Great Britain) เกาะใหญ่ของอังกฤษ โดยรวมอาณาเขตของอังกฤษ (England) สก็อตแลนด์ (Scotland) และเวลส์ (Wales) ไว้ด้วยกัน และอีกส่วนบนเกาะไอร์แลนด์ตอนเหนือ (Northern Ireland) พื้นที่โดยรวมของสหราชอาณาจักรประมาณ 245,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมจากเกาะเช็ทแลนด์ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ ยาวลงมาจนถึงไอล์ ออฟ ซิลลี่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ข้ามทะเลไปสู่ไอร์แลนด์เหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่เขตพื้นที่ราบต่ำ มีพื้นที่ระดับสูงบ้างทางตอนเหนือและตะวันตก</p>
<p>เมื่อกล่าวแยกกัน สำหรับประเทศเวลส์ เมืองหลวงคือคาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงของประเทศสก๊อตแลนด์คือเอดินเบิร์ก และมืองหลวงของประเทศไอร์แลนด์เหนือคือเบลฟาสต์ กรุงลอนดอนเป็นเมืองหลวงของสหราชอาณาจักรและของประเทศอังกฤษด้วย สหราชอาณาจักรมีจำนวนประชากรประมาณ 64.1 ล้านคน (อังกฤษ  54 ล้านคน สกอตแลนด์ 5.3 ล้านคน  เวลล์ 3 ล้านคน ไอร์แลนด์เหนือ 1.8 ล้านคน)</p>
<p>สหราชอาณาจักรมีประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง ตั้งแต่อดีตย้อนไปก่อนคริสตกาล 6,500 ปี จะพบอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ทั่วทั้งสหราชอาณาจักร ตั้งแต่อุทยานหินเก่าสโตนเฮนจ์จนถึงพระราชวังบัคกิ้งแฮม ที่สหราชอาณาจักรนี้ยังเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติกว่า 28 แห่งของ<a href="http://whc.unesco.org/en/statesparties/gb">ยูเนสโก</a> (UNESCO) และมีเมืองมรดกโลก เช่น <a href="http://whc.unesco.org/en/list/728">เอดินบะระ</a>, <a href="http://www.visitbritain.com/en/Destinations-and-Maps/History-and-heritage/Bath.htm">บาธ</a>, แคนเทอร์เบอรี่, <a href="http://www.visitbritain.com/en/Destinations-and-Maps/History-and-heritage/Chester.htm">เชสเตอร์</a>,  เดอร์แรม, <a href="http://www.visitbritain.com/en/Destinations-and-Maps/History-and-heritage/Oxford.htm">อ็อกซ์ฟอร์ด</a>, สแตรท<a href="http://www.visitbritain.com/en/Destinations-and-Maps/History-and-heritage/Stratford-upon-Avon.htm">ฟอร์ด อะพอน เอวอน</a> และ<a href="http://www.visitbritain.com/en/Destinations-and-Maps/History-and-heritage/York.htm">ยอร์ค</a></p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-211 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/9.gif" alt="" width="383" height="467" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระบบการปกครองของสหราชอาณาจักรเป็นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมีสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของสหราชอาณาจักร การปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ สมเด็จพระราชินีไม่ได้ปกครองประเทศ แต่ราชวงศ์ได้ปฎิบัติตามหน้าที่ด้านพิธีการและยึดตามขนบธรรมเนียมปฎิบัติซึ่งได้รับความเคารพยำเกรงจากรัฐบาล</p>
<p>รัฐสภาของอังกฤษแบ่งเป็น 2 สภา คือ สภาขุนนาง (House of Lords) และสภาล่าง (House of Commons) โดยสมาชิกสภาขุนนางประมาณ 1,200 คน โดยการสืบตระกูลประมาณ 900 คน อีกประมาณ 300 คนเป็นขุนนางตั้งใหม่จากผู้มีความรู้ความสามารถ หรือผู้ประกอบคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ ส่วนสภาล่างมาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี มีประมาณ 600 คน อำนาจการแต่งตั้งรัฐบาลเป็นของสภาล่าง ส่วนสภาสูงมีหน้าที่สำคัญก็คือ การกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบระบบการเมืองการปกครอง</p>
<p>นอกจากรัฐบาลกลางของสหราชอาณาจักรแล้ว ยังมีฝ่ายบริหารอีก 3 ส่วนซึ่งเป็นการบริหารที่ได้รับการมอบอำนาจจากส่วนกลางที่เรียกว่า &#8216;Devolved Administrations&#8217; ได้แก่ <a href="http://home.scotland.gov.uk/home">สกอตแลนด์</a> <a href="http://www.wales.gov.uk/">เวลส์</a> และไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งทั้ง 3 ฝ่ายนี้ รับผิดชอบในการออกนโยบายในประเทศ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวกับสุขภาพ การศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการคมนาคมขนส่ง ซึ่งถือว่าสหราชอาณาจักรมีความมั่นคงในระเบียบการปกครองมายาวนานมากที่สุดประเทศหนึ่ง</p>
<p><strong>ข้อมูลประเทศอังกฤษ</strong></p>
<p>ประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีความเจริญในหลากหลายด้าน ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ศิลปะ อุตสาหกรรม นวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นแหล่งแฟชั่นและสินค้าอันทันสมัยระดับไฮเอ็นของโลก คุณภาพทางการศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำมีชื่อเสียงและเกียรติประวัติอันยาวนาน  ระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษจัดได้ว่าดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ห้องสมุดที่ใหญ่และเป็นแหล่งข้อมูลจากทุกแห่งของโลก และแหล่งค้นคว้าทางวิชาการมากมาย จึงไม่น่าแปลกเลยที่จะมีผู้ให้ความสนใจไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเป็นจำนวนมากในแต่ละปีมาเป็นเวลานาน นอกเหนือจากประวัติศาสตร์ และระบบการเมืองการปกครองที่มีมายาวนานนับศตวรรษ ประเทศอังกฤษยังจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งธรรมชาติ รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เช่น ปราสาทและพระราชวังต่างๆ  จึงเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาต่างชาติ เช่น ชาวยุโรป จีน เกาหลี ไต้หวัน และไทย ในการไปศึกษาต่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สภาพภูมิอากาศ</strong></p>
<p>เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของประเทศอังกฤษจัดอยู่ในประเทศเป็นเกาะ จึงมีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก สาเหตุเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วสภาพภูมิอากาศทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และทางภาคตะวันตกจะมีฝนชุ่มกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฏาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส ประเทศอังกฤษประกอบด้วย 4 ฤดูกาล</p>
<ul>
<li>ฤดูใบไม้ผลิ : ช่วงเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15–20c</li>
<li>ฤดูร้อน : ช่วงเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15–32c</li>
<li>ฤดูใบไม้ร่วง : ช่วงเดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 8–14c</li>
<li>ฤดูหนาว : ช่วงเดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวมากที่สุด หิมะตกในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และจะมืดเร็วกว่าปกติ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0–4c</li>
</ul>
<p>เวลาช้ากว่าประเทศไทย 6 – 7 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเส้นแบ่งเขตเวลาโลก GMT (Greenwich Mean Time)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สกุลเงินตราของสหราชอาณาจักร คือ ปอนด์ (Pound) ค่าเงินต่างแบ่งได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>ธนบัตรประเทศอังกฤษ มีมูลค่า 50, 20, 10 และ 5 ปอนด์</li>
<li>เหรียญ แบ่งเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50,20,10,5,2<br />
และ 1 เพนนี</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-3044 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/UK-plug.jpg" alt="" width="507" height="169" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/UK-plug.jpg 507w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/UK-plug-300x100.jpg 300w" sizes="(max-width: 507px) 100vw, 507px" /></p>
<p><strong>ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศ</strong> คือ ระบบ 240V. AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นปลั๊กไฟแบบ 3 ขา ฉะนั้นอย่าลืมว่าต้องนำปลั๊กต่อไปด้วย และถ้าหากเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทย ต้องใช้ Adapter ในการแปลงกระแสไฟฟ้าให้เป็นระบบเดียวกับกระแสไฟฟ้า ซึ่งสามารถหาซื้อ Adapter ได้ที่ประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เมืองใหญ่ที่น่าสนใจ</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1521" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/LON-group-of-students-in-london-hero.jpg" alt="" width="1400" height="788" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/LON-group-of-students-in-london-hero.jpg 1400w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/LON-group-of-students-in-london-hero-300x169.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/LON-group-of-students-in-london-hero-768x432.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/LON-group-of-students-in-london-hero-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></p>
<ul>
<li>London (ลอนดอน) เป็น<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%C3%A0%C2%B9%E2%82%AC%C3%A0%C2%B8%C2%A1%C3%A0%C2%B8%C2%B7%C3%A0%C2%B8%C2%AD%C3%A0%C2%B8%C2%87%C3%A0%C2%B8">เมืองหลวง</a>ของ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%C3%A0%C2%B8%C2%AD%C3%A0%C2%B8%C2%B1%C3%A0%C2%B8%C2%87%C3%A0%C2%B8%C2%81%C3%A0%C2%B8%C2%A4%C3%A0%C2%B8%C2%A9">อังกฤษ</a>และ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%C3%A0%C2%B8%C2%AA%C3%A0%C2%B8">สหราชอาณาจักร</a> เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญทางธุรกิจ การเมือง วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของโลก เป็นผู้นำด้านการเงิน การเมือง การสื่อสาร การบันเทิง แฟชั่น ศิลปะ และเป็นที่ยอมรับว่ามีอิทธิพลไปทั่วโลก ถือกันว่าเป็นเมืองสากลหลักของโลก และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%C3%A0%C2%B8%C2%AA%C3%A0%C2%B8">สหภาพยุโรป</a> มีผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดอีกด้วย เรียกได้ว่ามีคนจากทุกประเทศในโลกที่เข้ามาอาศัยอยู่ในลอนดอน การเดินทางในลอนดอนจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกคน แต่เมืองใหญ่ระดับนี้ มีแผนการรองรับการคมนาคมมาตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว โดยระบบหลักที่เป็นหน้าเป็นตาให้แก่เมืองคงหนีไม่พ้นระบบรถไฟใต้ดิน “London Underground” ได้ชื่อว่าเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก และรถไฟใต้ดินสายแรกของโลกเกิดขึ้นที่นี่ด้วย โดยเริ่มเปิดให้บริการสายแรกเมื่อปี ค.ศ. 1863 ระหว่างสถานีแพดดิงตัน (Paddington Station) ถึงสถานีฟาริงดอน (Farringdon Station) รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบันก็ 150 กว่าปีแล้ว ที่ชาวลอนดอนมีรถไฟใต้ดินไว้เป็นพาหนะสำหรับเดินทาง ระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดนี้ดูแลโดย Transport for London และเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดของใจกลางเมือง มีการแบ่งเขตการเดินทางออกเป็น 6 โซน โดยโซนชั้นในสุดเรียกว่าโซน 1 มีค่าเดินทางเข้ามาในเขตนี้แพงที่สุด และราคาค่าเดินทางก็ลดหลั่นกันไป</li>
<li>Cambridge (เคมบริดจ์) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และการศึกษาแรกเริ่ม เป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม มีพิพิธภัณฑ์ที่ควรแก่การเรียนรู้มากมาย</li>
<li>Oxford (อ๊อกฟอร์ด) ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน เป็นเมืองเกี่ยวข้องกับศาสนา แวดล้อมด้วยทุ่งกว้างใหญ่ ทิวเขาและมีแม่น้ำเทมส์ไหลผ่าน ภายในเมืองมีสถาปัตยกรรมที่งดงามตามแบบฉบับอังกฤษหลายแห่ง มีพิพิธภัณฑ์และหอศิลปกรรมและสถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมาย</li>
<li>Canterbury (แคนเทอร์เบอร์รี่) เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีโบสถ์ที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ ภายในเมืองมีศูนย์การค้าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 95 กิโลเมตร</li>
<li>Bristol (บริสโทล)เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันตกประมาณ 190 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ มีสะพานแขวนที่สวยงามชื่อ บรูเนล</li>
<li>Bournemouth (บอร์นมัธ) เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง ใช้เวลาเดินทางจากกรุงลอนดอนทางรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์งดงามและปราศจากมลพิษ</li>
<li>Bath (บาธ)เป็นเมืองตากอากาศที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณ ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าเอวอนที่เขียวชอุ่ม มีบ่อน้ำพุร้อนสำหรับอาบน้ำแร่ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 160 กิโลเมตร</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1997" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Roman-Bath-Spa.jpg" alt="" width="1500" height="1000" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Roman-Bath-Spa.jpg 1500w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Roman-Bath-Spa-300x200.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Roman-Bath-Spa-768x512.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Roman-Bath-Spa-1024x683.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></p>
<ul>
<li>Birmingham (เบอร์มิ่งแฮม)เป็นเมืองที่แวดล้อมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอังกฤษ มีหมู่บ้านที่สวยงามเหมือนภาพวาด เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อคโกแลตยี่ห้อ Cadbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง 2 แห่งคือ University of Birmingham และ Aston University</li>
<li>Brighton and Hove (ไบร์ทตันและโฮพว์)เมืองสองเมืองนี้ เป็นเมืองพักตากอากาศขนาดกลาง ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทางตอนใต้ของลอนดอน เป็นเมืองที่รวบรวมวัฒนธรรม และแหล่งบันเทิงต่างๆ เอาไว้ด้วยกัน และเป็นสถานที่ซึ่งชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1993" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Brighton-Pier-UK.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Brighton-Pier-UK.jpg 1024w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Brighton-Pier-UK-300x225.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2017/03/Brighton-Pier-UK-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<ul>
<li><span style="line-height: inherit; font-size: 16px;">Manchester (แมนเชสเตอร์)ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศทางตอนเหนือ เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และการละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลที่ชาวไทยรู้จักดี คือ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไอร์แลนด์</title>
		<link>http://furthereducation.co.th/country/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2016 04:28:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอร์แลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://furthereducation.co.th/home/?post_type=country&#038;p=193</guid>

					<description><![CDATA[สาธารณะรัฐไอร์แลนด์ ประเทศที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีปย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สาธารณะรัฐไอร์แลนด์</strong> ประเทศที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีปยุโรปข้างๆ เกาะอังกฤษ จึงมีสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ และวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่สูงมาก จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก เป็นอันดับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2548 และอยู่ใน 5 อันดับแรกระหว่างปี พ.ศ. 2549 – 2552 หากแต่ยังมีนักศึกษาไทยน้อยมาก จึงเหมาะสำหรับผู้กล้าที่จะแตกต่างและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความสามารถและทักษะภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง</p>
<p>ไอร์แลนด์เป็นประเทศที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีชีวิตชีวาและทันสมัย เป็นดินแดนที่มีประชากรรุ่นหนุ่มสาวและมีธรกิจที่กำลังเติบโตรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับดนตรี การพบปะสนทนา วัฒนธรรม ประเพณี การพักผ่อน การรับฟัง และการสร้างมิตรภาพ</p>
<p><div class="video-container"><iframe width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/Ra717Sgdayo?feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></div></p>
<p><strong>ข้อมูลประเทศ<br />
</strong>ไอร์แลนด์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า <strong>สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ( Ireland )</strong> เป็นประเทศเอกราช มีประชากรประมาณ 4.6 ล้านคน มีลักษณะประเทศเป็นเกาะ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป ด้านซ้ายของสหราชอาณาจักร(อังกฤษ) เมื่อดูตามแผนที่ คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นหรืออาจสับสนกับประเทศไอซ์แลนด์ หรือไม่ก็เข้าใจว่าเป็นประเทศเดียวกันกับประเทศไอร์แลนด์เหนือ ที่จริงแล้วทั้ง 3 ชื่อนี้ เป็นคนละประเทศกัน แม้ว่าจะอยู่เขตทวีปเดียวกันและใกล้กัน</p>
<p style="text-align: left;">ไอร์แลนด์เหนือนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหราชอาณาจักรซึ่งประกอบด้วย อังกฤษ สก็อตแลนด์ และเวลล์ ส่วนประเทศไอซ์แลนด์ เป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งมีที่ตั้งอยู่ค่อนไปทางขั้วโลกเหนือ ใกล้กับเกาะกรีนแลนด์ <img loading="lazy" class="size-medium wp-image-1594 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-map-with-UK-268x300.jpg" alt="ireland-map-with-uk" width="268" height="300" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-map-with-UK-268x300.jpg 268w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-map-with-UK-768x860.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-map-with-UK-915x1024.jpg 915w" sizes="(max-width: 268px) 100vw, 268px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" class=" wp-image-1595 alignleft" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-Map-260x300.jpg" alt="ireland-map" width="270" height="312" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-Map-260x300.jpg 260w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-Map-768x887.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-Map-887x1024.jpg 887w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Ireland-Map.jpg 1646w" sizes="(max-width: 270px) 100vw, 270px" />เ<strong>มืองหลวงของสาธารณรัฐไอร์แลนด์</strong> คือ กรุงดับลิน (Dublin) และยังประกอบด้วยเมืองสำคัญอื่นๆ อาทิ Cork, Limerick, Galway, Shannon, Waterford พื้นที่ของประเทศมีขนาด  70,282 ตารางกิโลเมตร คนไอริชส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชนพื้นเมือง ที่พูดภาษาเกลิค (Gaelic) และการผสมผสานของกลุ่มชนเชื้อสายอังกฤษ สก๊อต ฝรั่งเศส แองโกล-นอร์แมน ไวกิ้ง และเวลส์ โดยมีวัฒนธรรมเคลทิก (Celtic) และภาษาไอริชหรือเกลิค (Gaelic) เป็นเอกลักษณ์สำคัญของประเทศ</p>
<p>ตามรัฐธรรมนูญไอร์แลนด์กำหนดให้ภาษาไอริช หรือเกลิคเป็นภาษาประจำชาติและเป็นภาษาราชการอันดับแรก และภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการอันดับสอง แต่ในทางปฏิบัติ ประชาชนทั่วไปพูดและใช้ภาษาอังกฤษ ปัจจุบันมีชาวไอริชจำนวนน้อยมาก ซึ่งคาดว่าประมาณเพียงสามแสนกว่าคนเท่านั้น ที่ยังคงพูดหรือใช้ภาษาเกลิค</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ค่าครองชีพ</strong> สำหรับนักศึกษาไทยอยู่ในระดับได้เปรียบมาก เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ระหว่างศึกษาอยู่ในประเทศไอร์แลนด์ จะอยู่ในราว  €20,000 ต่อปี หรือประมาณ 800,000 บาท ต่อปี (หากคำนวนด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ 40 บาท : 1 ยูโร ณ ปี ค.ศ. 2016) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือกเรียน และวิธีการใช้ชีวิตในสาธารณะรัฐไอร์แลนด์</p>
<ul>
<li>ค่าเล่าเรียน ประมาณ €8,000 &#8211; €22,000 ต่อปี หรือ = 320,000 บาท &#8211; 880,000 บาท /ปี</li>
<li>ค่าครองชีพ ที่พัก อาหาร เดินทาง ประมาณ  €6,000 &#8211; €11,000 ต่อปี หรือ = 240,000 บาท &#8211; 440,000 บาท /ปี</li>
<li><strong>รวม ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ประมาณ  €20,000 ต่อปี =  800,000 บาท /ปี</strong></li>
</ul>
<p><em><strong>ในระหว่างเรียนหนังสือ นักศึกษาไทยสามารถทำงาน Part-Time ได้อย่างน้อย สัปดาห์ ละไม่เกิน 20 ชั่วโมง โดยอาจได้ค่าจ้างตอบแทนประมาณ €10 &#8211; €20 ต่อชั่วโมง และในระหว่างปิคภาคเรียน นักศึกษาไทยสามารถทำงาน Full Time ได้อีก 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์</strong></em></p>
<p><em><strong>หลังจากเรียนจบในระดับ ปริญญาตรี / โท / เอก ในสาธารณะรัฐไอร์แลนด์ ผู้สำเร็จการศึกษาชาวไทยยังมีสิทธิ์อยู่ได้อีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน หรือสมัครงาน ก็ได้</strong></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ธงประจำชาติ     </strong>ตราสัญลักษณ์ประจำแผ่นดิน เป็นรูปพิณโบราณ (Harp)    สัญญลักษ์ประจำชาติ คือใบแชมรอค (Shamrock)</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-198 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/12.jpg" alt="12" width="867" height="220" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/12.jpg 867w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/12-300x76.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/12-768x195.jpg 768w" sizes="(max-width: 867px) 100vw, 867px" /></p>
<p>เชื้อชาติของประชากร เป็นชาวไอริช 87% โดยมีชาวอังกฤษรวมอยู่บ้าง และอีก 13% ของประชากรเป็นเชื้อชาติอื่นๆ</p>
<p>ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันแคทอลิค (93%) โดยมีคริสต์ศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอมากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรปและอเมริกา ศาสนาคริสเตียนนิกายทางราชการของอังกฤษ (Anglican 3%) ศาสนาอื่น 3% ไม่นับถือศาสนาใดๆ (1%)</p>
<p><strong>ระบบการเมือง</strong> เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร  รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) และวุฒิสภา (Senate)</p>
<p>ไอร์แลนด์ เป็นประเทศประชาธิปไตย มีความมั่นคงทางการเมือง และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2551 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรปค่อนข้างมาก อย่างไรก็ดี ไอร์แลนด์มีสภาพสังคมที่เปิดกว้าง มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน การคมนาคม และการแพทย์ อยู่ในระดับดีมาก</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ </strong>เนื่องจากไอร์แลนด์ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกลัมฟ์สตรีม อากาศในประเทศไอร์แลนด์จึงไม่รุนแรง หน้าหนาวไม่หนาวจัด หน้าร้อนเย็นสบาย อุณหภูมิในฤดูหนาวอยู่ประมาณ 1-6 องศา ในขณะที่อุณหภูมิในฤดุร้อนจะเฉลี่ยอยู่ที่ 15-25 องศา</p>
<p>ฤดูกาลแบ่งเป็น  4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ช่วงเดือนที่หนาวที่สุดอยู่ระหว่างเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิประมาณ  1-6 องศาเซลเซียส ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม มีอากาศที่อบอุ่นที่สุดของปี อุณหภูมิประมาณ 15 -25 องศาเซลเซียส ขณะที่เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน เป็นเดือนที่มีแสงแดดจัดที่สุดของปี โดยมีฝนตกเป็นช่วงๆ ตลอดทั้งปี</p>
<p><em><strong>เขตเวลา ไอร์แลนด์ใช้เวลาเดียวกับประเทศอังกฤษ (GMT, Greenwich Mean Time,) หรือช้ากว่าประเทศไทย 6-7 ชั่วโมง</strong></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การศึกษา</strong><br />
กระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับระบบการศึกษา การวางแผนหลักสูตรการเรียนการสอน และการสอบของประเทศ สาธารณรัฐไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศแถบยุโรปที่ให้บริการด้านการศึกษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรีสำหรับนักเรียนชาวไอริช และนักเรียนในแถบยุโรปในประเทศที่เป็นพันธมิตร</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-1603 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/National-Framework-Ireland_001-300x212.jpg" alt="national-framework-ireland_001" width="586" height="414" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/National-Framework-Ireland_001-300x212.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/National-Framework-Ireland_001-768x542.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/National-Framework-Ireland_001-1024x723.jpg 1024w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/National-Framework-Ireland_001.jpg 1239w" sizes="(max-width: 586px) 100vw, 586px" /></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Irish-National-Framework-of-Qualification_Sept-2015-1.pdf">irish-national-framework-of-qualification_sept-2015-1</a></p>
<p>มหาวิทยาลัยในไอร์แลนด์เปิดสอนหลากหลายหลักสูตรที่นักศึกษาสามารถเลือกได้  แต่ละสถาบันการศึกษามีเจ้าหน้าที่ให้บริการและให้คำปรึกษา และมีศูนย์ให้คำแนะนำด้านการหางาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านหาที่พัก ทางสถาบันมีการอบรมเจ้าหน้าที่พิเศษเฉพาะสำหรับให้ความช่วยเหลือและแนะนำนักศึกษาต่างชาติ และช่วยแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ นักศึกษาสามารถเข้าร่วมชมรมต่างๆ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมทั้งในและนอกสถาบัน</p>
<p>ถึงแม้ว่าสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ตั้งอยู่รอบๆ เมืองหลวง Dublin และศูนย์กลางเมืองใหญ่ของแต่ละจังหวัด นักศึกษาสามารถมั่นใจได้ว่า สถาบันทุกแห่งในแต่ละเมืองของไอร์แลนด์เป็นสถาบันที่มีคุณภาพการเรียนการสอนที่สูงและเป็นที่ยอมรับในนานาประเทศ</p>
<p><strong>ระดับปริญญาตรี</strong></p>
<ul>
<li>การศึกษาในระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี  (หลักสูตร Ordinary) หรือ 4 ปี (หลักสูตร Honors) ในมหาวิทยาลัยหรือ วิทยาลัยเอกชน</li>
<li>หลักสูตรระดับปริญญาตรีในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ มีให้เลือกเรียนได้หลากหลายสาขาวิชา มหาวิทยาลัยจะใช้ผลของ Leaving Certificate Examination (Year 12) เป็นปัจจัย หนึ่งในการประเมิน คัดเลือกนักศึกษาชาวไอริชเข้าศึกษาต่อ</li>
<li>สำหรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงคนไทย สามารถใช้ผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.6 ของประเทศไทย หรือ IGCSE หรือ A-Level หรือ IB Diploma หรือ ผลการเรียนปริญญาตรีปีที่ 1 ในประเทศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย/วิทยาลัย</li>
<li>นอกจากผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ผู้สมัครจากประเทศไทยยังจะต้องมีหลักฐานแสดงทักษะความสามารถทางภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL อีกด้วย</li>
<li>บางมหาวิทยาลัย อาจขอให้มีจดหมายรับรองจากคุณครูผู้สอนในระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย 2 ฉบับ (Academic Reference)</li>
</ul>
<p><strong>ระดับปริญญาโท</strong></p>
<ul>
<li>หลักสูตรระดับปริญญาโทในสาธารณะรัฐไอร์แลนด์ มีให้เลือกหลากหลายสาขาและรูปแบบวิธีการเรียน โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาโทจะเน้นการเข้าเรียนในห้อง การทำวิจัย หรือ การผสมผสานระหว่างทั้งสองรูปแบบ หรือ การเรียนแบบออนไลน์</li>
<li>การศึกษาระดับปริญญาโทใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของหลักสูตร และข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว หลักสูตรปริญญาโท แบบเข้าเรียนในห้องเรียน (Taught Course) มักจะใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี</li>
<li>ผู้สมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ จากประเทศไทย จะต้องยื่นเอกสาร (ฉบับภาษาอังกฤษ) อาทิ</li>
</ul>
<ol>
<li> เอกสารแสดงผลการเรียนที่สมบูรณ์ในระดับปริญญาตรี (Transcript)</li>
<li>หลักฐานแสดงว่าสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว (Letter of Completion) หรือ สำเนาใบปริญญาบัตร (Graduation Certificate)</li>
<li>ผลสอบภาษาอังกฤษ อาทิ IELTS/TOEFL</li>
<li>จดหมายรับรอง อย่างน้อย 2 ฉบับ จากอาจารย์ผู้สอนในระดับปริญญาตรี (Academic Reference) และ/หรือ จากผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานที่ทำงานอยู หรือที่เคยทำงานมาแล้ว (Work Reference)</li>
</ol>
<p><strong>ระดับปริญญาเอก</strong></p>
<ul>
<li>การศึกษาระดับปริญญาเอกจะให้ความสำคัญกับการทำวิจัย (Research) เป็นหลัก</li>
<li>ใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 3 ปีในมหาวิทยาลัย</li>
<li>ผู้สมัครเข้าเรียนปริญญาเอกในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ จากประเทศไทย จะต้องยื่นเอกสาร (ฉบับภาษาอังกฤษ) ประกอบด้วย</li>
<li>
<ol>
<li>หัวข้อในการทำวิจัย (Research Proposal)</li>
<li>จดหมายแสดงความจำนงค์ในการทำวิจัยและศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก (Statement of Purposes)</li>
<li>ประวัติโดยย่อของผู้สมัคร (Resume / CV)</li>
<li> เอกสารแสดงผลการเรียนที่สมบูรณ์ในระดับปริญญาโท (Transcript)</li>
<li>หลักฐานแสดงว่าสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท และ/หรือ ระดับปริญญาตรีแล้ว (Letter of Completion) หรือ สำเนาใบปริญญาบัตร (Graduation Certificate)</li>
<li>ผลสอบภาษาอังกฤษ อาทิ IELTS/TOEFL</li>
<li>จดหมายรับรอง อย่างน้อย 2 ฉบับ จากอาจารย์ผู้สอนในระดับปริญญาตรี (Academic Reference) และ/หรือ จากผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานที่ทำงานอยู หรือที่เคยทำงานมาแล้ว (Work Reference)</li>
</ol>
</li>
</ul>
<p>อีกหลากหลายทางเลือก ที่นักศึกษาไทยสามารถเลือกเรียนได้ในสาธารณะรัฐไอร์แลนด์ คือ หลักสูตรเทคนิคหรือหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะด้าน อาทิ บริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และเทคโนโลยี และเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับนี้ นักศึกษาจะได้รับการยอมรับในระดับสากลจากองค์กรด้านการศึกษาและวิชาชีพต่างๆ ทั้งนี้เพราะมีหน่วยงาน Higher Education and Training Awards Council (HETAC) เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลคุณภาพ และมอบวุฒิบัตรการศึกษาให้แก่นักศึกษา ผู้สำเร็จการเรียนในส่วนที่มิใช่ ระดับมหาวิทยาลัย (Non-University Sector)</p>
<p>สถาบันเทคโนโลยี (Institutes of Technology) และวิทยาลัยเฉพาะด้านในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เปิดสอนหลากหลายสาขาวิชา และหลายระดับคุณวุฒิ อาทิ</p>
<ul>
<li>หลักสูตร 2 ปีสำหรับประกาศนียบัตรขั้นสูง (Higher Certificate)</li>
<li>หลักสูตร 1 ปีสำหรับประกาศนียบัตรบัณฑิต (Graduate Diploma)</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-1606 alignleft" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Halls-of-Residence-300x140.jpg" alt="halls-of-residence" width="377" height="176" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Halls-of-Residence-300x140.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Halls-of-Residence-768x358.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Halls-of-Residence.jpg 810w" sizes="(max-width: 377px) 100vw, 377px" /><strong>ที่พัก</strong> <img loading="lazy" class=" wp-image-1607 alignleft" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Student-Accom-300x168.jpg" alt="student-accom" width="314" height="176" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Student-Accom-300x168.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Student-Accom.jpg 740w" sizes="(max-width: 314px) 100vw, 314px" />ในสาธารณะรัฐไอร์แลนด์ มีหลากหลายตัวเลือกสำหรับนักศึกษาจากประเทศไทย ซึ่งสามารถเลือกสมัครเข้าพักได้ตามความขอบ งบประมาณ ระยะทาง วิธีการเดินทาง และเงื่อนไขอื่นๆ ทั้งของตัวนักศึกษาเองและข้อกำหนดของแต่ละสถาบันการศึกษานั้นๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่นักศึกษาต่างชาติ มักจะต้องทำสัญญาการเช่าหอพัก อพาร์ทเท้นท์ หรือบ้านเช่า เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา (ประมาณ 6 เดือน)</p>
<p><strong>สาธารณรัฐไอร์แลนด์มีความปลอดภัยและความมั่นคง</strong> โดยปกติไอร์แลนด์ไม่ใช่ประเทศที่มีความเสี่ยงทางด้านการก่อการร้าย และไม่ใช่เป้าหมายของผู้ก่อการร้ายสากล อย่างไรก็ดี ช่วงยุค 1969 &#8211; 1994 ในช่วงสถานการณ์ความรุนแรงในไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรมีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ยังไม่สงบ สถานที่บางแห่งในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้รับผลกระทบบ้างเป็นครั้งคราว แต่ปัจจุบันสาธารณรัฐไอร์แลนด์เป็นประเทศมีความสงบและปลอดภัยสูงมากประเทศหนึ่งในยุโรป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" class=" wp-image-1610" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/Euro-Bank-Notes-Coins-300x200.jpg" alt="FILE- In this file photo dated Friday, Dec. 14, 2001, showing euro currency pictured in the regional central bank in Bremen, Germany. It is reported Thursday May 13, 2010, that Britain's Serious Organized Crime Agency deputy director, Ian Cruxton, says currency exchanges in Britain have stopped selling the 500 euro note, worth about $630 US, because its use fuels organized crime and money laundering. (AP Photo/Joerg Sarbach, file)" width="385" height="256" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Euro-Bank-Notes-Coins-300x200.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/Euro-Bank-Notes-Coins.jpg 650w" sizes="(max-width: 385px) 100vw, 385px" /></p>
<p><strong>สกุลเงินของสาธารณรัฐไอร์แลนด์</strong> คือ <strong>ยูโร</strong> ใช้ร่วมกับประเทศในสหภาพยุโรป 19 ประเทศสมาชิก โดยรวมกันเรียกว่ายูโรโซน สัญลักษณ์เงินยูโร คือ € สกุลเงินยูโร มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจที่ได้รับการพัฒนาในยุโรป ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขายแลกเปลี่ยนอย่างอิสระภายในเขตยูโรโซน</p>
<p>และสะดวกแก่นักเดินทาง/นักท่องเที่ยว ที่ไม่จำเป็นต้องพกพาเงินหลากหลายสกุลเมื่อต้องเดินทางเข้าไปในกลุ่มประเทศเหล่านี้</p>
<p>1 ยูโรสามารถแบ่งได้เป็น 100 เซนต์ (เหมือน 1 บาทไทย แบ่งได้ 100 สตางค์) ซึ่งมีเหรียญและธนบัตรที่ใช้หมุนเวียนในระบบในปัจจุบัน คือ ธนบัตรยูโรสาธารณรัฐไอร์แลนด์มีค่า 5, 10, 20, 50, 100, 200, และ 500 และเงินเหรียญ มูลค่า 1 และ 2 ยูโร และ 1, 2, 5, 10, 20, และ 50 เซนต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone wp-image-1612" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/modes-of-transportation-1-300x60.jpg" alt="modes-of-transportation" width="734" height="147" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/modes-of-transportation-1-300x60.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/modes-of-transportation-1-768x154.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/modes-of-transportation-1-1024x205.jpg 1024w" sizes="(max-width: 734px) 100vw, 734px" /></p>
<p><strong>การเดินทางในสาธารณรัฐไอร์แลนด์</strong> ระหว่างเมืองต่างๆ จะเป็นรถไฟ และในเขตตัวเมืองจะเป็นรถประจำทาง แท็กซี่ รถยนต์ส่วนตัว และ/หรือ รถจักรยาน แต่หากเป็นระยะทางที่ไม่ไกลนัก ประชากรชาวไอริช นิยมการเดิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><img loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-1613 alignleft" src="http://furthereducation.co.th/home/wp-content/uploads/2016/07/airplane-300x130.jpg" alt="airplane" width="300" height="130" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/airplane-300x130.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/07/airplane.jpg 341w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" />การเดินทางจากประเทศไทย</strong> แม้ว่าจะไม่มีสายการบินใด บินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-ดับลิน แต่การเดินทางไปสาธารณะรัฐไอร์แลนด์ ก็มิได้ลำบาก เพราะมีสายการบินจำนวนไม่น้อย ที่มีเส้นทางการบินโดยแวะพัก/เปลี่ยนเครื่อง เพียง 1 จุด โดยใช้เวลาการบินทั้งสิ้น ประมาณ 14 ชั่วโมง หรือมากกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวการศึกษาต่อ การใช้ชีวิต หลักสูตร สาขาวิชาเรียน สิทธิ์ของนักศึกษาไทย ในสาธารณะรัฐไอร์แลนด์ กรุณาติดต่อ บริษัท เฟอร์เธอร์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด โทร 02 637-8778 หรือ อีเมล์  louise@furthereducation.co.th</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออสเตรเลีย</title>
		<link>http://furthereducation.co.th/country/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jun 2016 17:34:16 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://furthereducation.co.th/home/?post_type=country&#038;p=87</guid>

					<description><![CDATA[ประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางทิศตะวันออกเฉียง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-1281 alignleft" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Aus-Travel-in-Australia.jpg" alt="" width="432" height="333" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Aus-Travel-in-Australia.jpg 432w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Aus-Travel-in-Australia-300x231.jpg 300w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></p>
<p>ประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เป็นทวีปที่เล็กที่สุด ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.7 ล้านตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศมีความหลากหลาย เช่น มีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ พื้นที่ของประเทศประมาณหนึ่งในสามเป็นทะเลทราย หากแต่มีพืชพันธุ์ต่างๆ รวมทั้งดอกไม้ป่า และสัตว์พื้นเมืองหลากหลายชนิดที่ไม่พบในดินแดนอื่น เช่น จิงโจ้ โคอาล่า เพนกวิ้น วอมแบต พอสซั่ม ดิงโก้ ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด เป็นต้น</p>
<p><strong>ประชากร</strong><br />
ชนเผ่าพื้นเมืองของออสเตรเลีย คือ ชาวอะบอริจิน (Aborigin) เป็นชนเผ่าที่เก่าแก่ที่สุดของโลกที่ตั้งรกรากอยู่ในประเทศออสเตรเลียมาช้านาน<br />
สังคมของชาวออสเตรเลี่ยน ประกอบด้วยชนชาติหลากหลาย เนื่องจากการย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานของประชากรจากประเทศอื่นๆ เช่น อิตาลี่ กรีก อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และเวียดนาม เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้ว ประชากรกลุ่มนี้ มักอาศัยอยู่ตามเขตเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น และ บริสเบน</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-2528 alignleft" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Australia-state-map.gif" alt="" width="302" height="235" /></p>
<p><strong>รัฐและเขตการปกครอง</strong><br />
ประเทศออสเตรเลียแบ่งการปกครองออกเป็น 6 รัฐ และ 2 เขตการปกครอง โดยแต่ละรัฐและเขตการปกครอง จะกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลประจำรัฐตนเอง</p>
<p><strong>        1.นิวเซาท์เวลส์ New South Wales</strong><br />
<strong>            เมืองหลวงชื่อ ซิดนีย์ (Sydney)</strong> เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและมีประชากรหนาแน่นมากที่สุดของประเทศ รวมทั้งมีชาวไทยและนักศึกษาไทยมากที่สุดด้วย สัญลักษณ์ของเมืองคือ โอเปร่าเฮาส์ (Opera House) อันโด่งดัง และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbour Bridge</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-2524 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Sydney-CBD.png" alt="" width="1502" height="845" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Sydney-CBD.png 1502w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Sydney-CBD-300x169.png 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Sydney-CBD-768x432.png 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Sydney-CBD-1024x576.png 1024w" sizes="(max-width: 1502px) 100vw, 1502px" /></p>
<p><strong>        2. วิคทอเรีย Victoria</strong><br />
<strong>             เมืองหลวงชื่อ เมลเบิร์น (Melbourne)</strong> รัฐนี้ได้ชื่อว่าเป็น Garden State เนื่องจากมีพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะมากกว่ารัฐอื่น เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของประเทศ และเป็นเมืองที่ได้รับการจัดอันดับว่าน่าอยู่ที่สุดในโลกหลายปีติดต่อกัน (The Most Livable City in the World by Economist Intelligence Unit)</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-2523 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Melbourne-CBD.png" alt="" width="1602" height="783" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Melbourne-CBD.png 1602w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Melbourne-CBD-300x147.png 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Melbourne-CBD-768x375.png 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Melbourne-CBD-1024x500.png 1024w" sizes="(max-width: 1602px) 100vw, 1602px" /></p>
<p><strong>        3. เวสเทิร์นออสเตรเลีย Western Australia</strong><br />
<strong>             เมืองหลวงชื่อ เพิร์ธ (Perth)</strong> เป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด อุดมสมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 12,500 กิโลเมตร</p>
<p><strong>        4. ควีนส์แลนด์ Queensland</strong><br />
<strong>             เมืองหลวงชื่อ บริสเบน (Brisbane)</strong> เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นรัฐ ที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กีฬาดำน้ำ ที่ Great Barrier Reef</p>
<p><strong>        5. เซาท์ออสเตรเลีย South Australia</strong><br />
<strong>             เมืองหลวงชื่อ อะดิเลด (Adelaide)</strong> เนื้อที่ส่วนใหญ่จะแห้งแล้งมีพื้นที่เกษตรกรรม เพียง 10% ภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก หากแต่เป็นแหล่งผลิตเหล้าไวน์ชั้นเยี่ยมของประเทศ</p>
<p><strong>       6. ทัสเมเนีย Tasmania</strong><br />
<strong>            เมืองหลวงชื่อ โฮบาร์ต (Hobart)</strong> เป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุด ลักษณะเป็นเกาะ อยู่ทางตอนใต้ ของประเทศ มีอากาศหนาวที่สุด สภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขา และที่ราบสูง</p>
<p><img loading="lazy" class=" wp-image-2530 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Canberra-CBD.png" alt="" width="594" height="334" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Canberra-CBD.png 1502w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Canberra-CBD-300x169.png 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Canberra-CBD-768x432.png 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Canberra-CBD-1024x576.png 1024w" sizes="(max-width: 594px) 100vw, 594px" /></p>
<p><strong>       7. เขตการปกครองนครหลวงของออสเตรเลีย Australian Capital Territory</strong></p>
<p><strong>           เมืองหลวงชื่อ แคนเบอร์ร่า (Canberra)</strong> ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรเลียด้วย  เป็นศูนย์กลางการปกครอง รวมทั้งเป็นที่ตั้งขององค์กรระดับชาติ และหน่วยงานทางการทูตของประเทศต่างๆ รวมทั้งสถานทูตไทย</p>
<p><strong>        8. เขตการปกครองตอนเหนือ Northern Territory</strong><br />
<strong>             เมืองหลวงชื่อ ดาร์วิน (Darwin)</strong> คือเมืองหลวงของมณฑล และเป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของชาวเผ่าพื้นเมืองอะบอริจิน</p>
<p><strong>ระบบการศึกษา</strong></p>
<p>การศึกษาในประเทศออสเตรเลีย เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละรัฐและเขตการปกครอง ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปี ถึง 17 ปี โดยระยะเวลาเรียนทั้งสิ้น 13 ปี ประกอบด้วย การศึกษาขั้นเริ่มตั้น ตั้งแต่ระดับเตรียมความพร้อม (Prep) ระยะเวลา 1 ปี และ ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 -6 (Primary School Year 1 &#8211; 6) อีก 6 ปี</p>
<p><img loading="lazy" class="alignright" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/High-School-Students.jpg" width="294" height="196" /></p>
<p>ในขณะที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา จะแบ่งเป็น 2 ช่วงได้แก่ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (Year 7 &#8211; 10) ระยะเวลา 4 ปี และการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Year 11 &#8211; 12) ระยะเวลา 2 ปี</p>
<p>สำหรับการจัดการศึกษาหลังจบระดับมัธยมศึกษา (Tertiary Education) ในประเทศออสเตรเลียจะหมายรวมถึงการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพ (Vocational Education)  ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนในวิทยาลัยอาชีพ ที่เรียกว่า TAFE &#8211; Technical And Further Education) ได้แก่ การศึกษาระดับประกาศนียบัตร (Certificate) และระดับอนุปริญญาตรี (Diploma) ในขณะที่การศึกษาระดับปริญญาตรี (Bachelor) ปริญญาโท (Master) และระดับปริญญาเอก (Doctorate) จะเป็นการศึกษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 42 แห่งทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-2540 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Australian-Universities-Map.jpg" alt="" width="3308" height="2339" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Australian-Universities-Map.jpg 3308w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Australian-Universities-Map-300x212.jpg 300w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Australian-Universities-Map-768x543.jpg 768w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Australian-Universities-Map-1024x724.jpg 1024w" sizes="(max-width: 3308px) 100vw, 3308px" /></p>
<p><strong>ระบบการเงินของออสเตรเลีย</strong></p>
<p>สกุลเงินของออสเตรเลีย เรียกว่า ออสเตรเลี่ยนดอลลาร์ (AUD) และหน่วยย่อย ของดอลล่าร์ คือ เซนต์<img loading="lazy" class="alignright" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Aus-Money-1.png" width="169" height="279" /></p>
<p>ธนบัตรดอลลาร์ของประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 100, 50, 20, 10, 5 และเงินเหรียญ มูลค่า 2 และ 1 ดอลลาร์ และ 50, 20, 10, 5 เซนต์</p>
<p>นักเรียนสามารถนำบัตร ATM / Debit Card (ประเภทเบิกเงินสดได้ทั่วโลก) ที่เปิดบัญชีในประเทศไทย ไปใช้เบิกเงินสดจากตู้ ATM ในประเทศออสเตรเลียได้เช่นกัน</p>
<p>ร้านค้า ซูเปอร์มาเก็ต ภัตตาคาร และสถาบันการศึกษา ฯลฯ ในประเทศออสเตรเลียรับชำระเงินด้วย บัตรเครดิตสากล เช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด</p>
<p>ประเทศออสเตรเลีย จำกัดการนำเงินสดเข้าประเทศได้คนละไม่เกิน 10,000 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย</p>
<p><strong>ระบบไฟฟ้า และประปา<img loading="lazy" class="alignright" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Aus-plug-and-water.png" width="155" height="224" /></strong></p>
<p>ระบบไฟฟ้า ในประเทศออสเตรเลีย ใช้กระแสไฟ 240 &#8211; 250 V, AC 50 Hz เช่นเดียวกับประเทศไทย ดังนั้น นักเรียนจึงสามารถนำอุปกรณ์ไฟฟ้าจากประเทศไทย ไปใช้ได้ แต่ต้องใช้หัวแปลงปลั๊กไฟ<span style="line-height: inherit;">เนื่องจากหัวปลั๊กที่ใช้ในประเทศออสเตรเลีย มีลักษณะแตกต่างจากที่ใช้ในประเทศไทย</span></p>
<p><span style="line-height: inherit;">ระบบน้ำประปาของประเทศออสเตรเลีย ถือว่าได้มาตราฐาน และสามารถดื่มได้โดยตรงจากก๊อกน้ำสำหรับน้ำเย็น หรือนำน้ำเย็นไปต้มให้เดือดในกรณีที่ต้องการดื่มน้ำร้อน</span></p>
<p><strong>การเดินทางในออสเตรเลีย</strong></p>
<p>สำหรับการเดินทางในประเทศออสเตรเลีย ได้รับการยอมรับว่า มีระบบการคมนาคม ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในนครเมลเบิร์น รัฐวิคตอเรีย ด้วยระบบบัตรใบเดียว ครอบคลุม ระบบการเดินทางทั้งรถไฟ (Train) รถประจำทาง (Bus) และ รถราง (Tram)</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-2548 aligncenter" src="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Mel-Public-transport.jpg" alt="" width="660" height="152" srcset="http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Mel-Public-transport.jpg 660w, http://furthereducation.co.th/wp-content/uploads/2016/06/Mel-Public-transport-300x69.jpg 300w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>ในขณะที่นักเรียนและนักศึกษาต่างชาติ จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดค่าการเดินทาง (Concession) ในบางเมืองเช่น เพิร์ท (Perth) รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia)</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
